งานวิจัย

เรื่อง ความพึงพอใจของนักเรียน

ในโครงการ EIS

ปีการศึกษา ๒๕๕๖ โรงเรียนทรายทองวิทยา

 

 

ผู้วิจัย

 

นายภูษิต  สอนสนาม

ตำแหน่งรองผู้อำนวยการโรงเรียน

 

   โรงเรียนทรายทองวิทยา อ.โพนทราย จ.ร้อยเอ็ด

 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต ๒๗

 

ปีที่ทำการวิจัย พ.ศ. ๒๕๕๗

 

 

 

. ความสำคัญและความเป็นมา

          นโยบายปฏิรูปหลักสูตรและการสอนเน้นความสำคัญ ของพื้นฐาน ด้านการเรียนวิทยาศาสตร์- คณิตศาสตร์ และการใช้ภาษาอังกฤษ ตลอดจนเร่งรัดพัฒนาครูเพื่อให้มีความพร้อม ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาเยาวชนให้เข้าถึงความรู้ที่มีอยู่อย่าง หลากหลาย ในสังคมยุคเทคโนโลยี และเตรียมความพร้อมเพื่อสอดรับกับแนวทาง ASEAN Socio- Culture Community (ASCC) ๒๐๐๙ – ๒๐๑๕ ในกฎบัตรสมาคมอาเซียน ข้อ ๓๔ ที่กำหนดให้ใช้ภาษาอังกฤษเป็นภาษาในการทำงานร่วมกัน และตามจุดมุ่งหมายข้อ ๓ ของรัฐบาล นายกยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ให้ไว้ต่อรัฐสภา " เตรียมพร้อมสังคมไทยสู่ประชาคมอาเซียนที่สมบูรณ์"
การปฏิรูปกระบวนการเรียนรู้ตามหลักการของพรบ.การศึกษาแห่งชาติพุทธศักราช ๒๕๔๒ มุ่งหวังเพื่อให้คนไทยปรับตัวทั้งเพื่อความอยู่รอดและอยู่ร่วมกับผู้อื่นและ ปรับเปลี่ยน ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงของสังคมโลกาภิวัฒน์และกระแส วิทยาการ เทคโนโลยีมุ่งเน้นการพึ่งตนเองมีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ใฝ่รู้และเรียนรู้ ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของการ การพัฒนานวัตกรรมทางด้านกระบวน การเรียนรู้โดยรูปแบบสองภาษาพอเพียง (English for Integrated Studies: EIS) ซึ่งเป็นนวัตกรรม การเรียน รู้หนึ่ง ที่ส่งเสริมหลักการดังกล่าวข้างต้น อีกทั้งยังมีส่วนสำคัญ ในส่งเสริมการพัฒนา สมรรถนะของประชากรทางด้านทักษะ การสื่อสารภาษาอังกฤษเตรียมความพร้อมการศึกษาของสังคมไทยสู่ประชาคมอาเซียน
จากผลการศึกษาวิจัยโครงการพัฒนารูปแบบสองภาษาEIS ภาคปฏิบัติ พบว่ากระบวนการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้รูปแบบสองภาษาพอเพียง (EIS) ที่ทางเครือข่าย/สมาคมEIS แห่งประเทศไทย ได้พยายาม พัฒนากระบวนเรียนรู้ จากการจัดการเรียนการสอนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ด้วยภาษาอังกฤษแบบบูรณาการ จนทำให้นักเรียนที่มีพื้นฐาน หลากหลายทั้งด้านฐานความรู้ และ ฐานะทางเศรษฐกิจ สามารถสื่อสารได้สองภาษา กล้าแสดงออก และพัฒนากระบวนการคิดแบบวิทยาศาสตร์ ผลสัมฤทธิ์ทั้งวิชาภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์สูงขึ้น อีกทั้งยังพัฒนาสมรรถนะด้านการใช้ภาษาอังกฤษของครูผู้สอนคนไทยประจำการคน เดิมกล้าใช้ภาษาอังกฤษสื่อสารและสามารถจัดการเรียนการสอนวิชาเหล่านั้นด้วย ภาษาอังกฤษเกือบไม่แตกต่างครูต่างชาติที่สอนในโครงการโรงเรียน EP/MEP ประสบผลสำเร็จจนสามารถสร้างเครือข่ายการเรียนรู้ทั้งครู /ผู้บริหารที่แพร่หลายและกระจายไปอย่างกว้างขวางจนได้รับการยอมรับจากสังคม ว่า "รูปแบบEIS เป็นนวัตกรรมกระบวนการเรียนรู้ที่สามารถจัดการเรียนรู้รูปแบบสองภาษา โดยหลักการพึ่งตนเอง พัฒนาองค์ความรู้มาจากการปฏิบัติ และพัฒนาระบบการอบรมครูแนวใหม่ จากลำดับกระบวนการพัฒนาการเรียนการสอนรูปแบบEIS ในโรงเรียนในเครือข่ายฯ อาทิเช่น เทคนิคการสื่อสารสองภาษาจากรูปแบบการสอนการสื่อสารภาษาอังกฤษที่ สั้น ง่าย คุ้นเคย(SSF)ผ่านสื่อภาษาอังกฤษที่หลากหลาย เทคนิคการสอน การสร้างองค์ความรู้โดยผู้เรียนผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ของครู/จากการ สร้างโอกาสจากการปฏิบัติงานและการสนับสนุนอย่างดีของผู้บริหาร การจัดกิจกรรมให้สนทนา แลกเปลี่ยน และอภิปรายในห้องเรียน/ โรงเรียน ผ่านหลักสูตรขั้นพื้นฐาน เชิงบูรณาการ จัดกิจกรรม เชื่อมโยง ห้องเรียน/โรงเรียน สู่นานาชาติ และสร้างเครือข่ายพัฒนาเทคโนโลยีการเรียนรู้กับนานาชาติ"
          และจากข้อมูลรายงานผล ผลการสอบ O-Net ของผู้เรียน ทางด้านการเรียนวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ ภาษาอังกฤษ ในโรงเรียนที่จัดรูปแบบEIS มาแล้ว ๓ ปีการศึกษา จาก ๔ ภูมิภาค ในปีการศึกษา ๒๕๕๔ พบว่า ค่าเฉลี่ยคะแนนO-Net ของโรงเรียนของกลุ่มนักเรียนโครงการEIS ดังกล่าวสูงกว่ากลุ่มนักเรียนปกติ ทั่วไป และสูงกว่าค่าเฉลี่ยก่อนดำเนินโครงการอย่างชัดเจน ตามที่ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ พณฯ พงศ์เทพ เทพกาญจนา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน์ และนักวิชาการอีกหลายๆท่านต่างให้การยอมรับว่ารูปแบบEIS เป็นนวัตกรรมการปฏิรูปการจัดเรียนรู้ของครูไทย นักเรียนไทย พร้อมพลิกโฉมสร้างโอกาสให้การศึกษาไทยพร้อมสู่ประชาคมอาเซียนและสังคมโลกได้ อย่างทั่วถึงและเท่าเทียม จากผลสรุปจากคณะกรรมการบริหารสมาคม EISแห่งประเทศไทยร่วมกับข้อคิดเห็นของผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวง ศึกษาธิการ นายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์ จากการสรุปผลจากการประชุมสัมมนานาชาติ เพื่อการพัฒนาครูไทย สู่สากลผ่านเครือข่ายการศึกษานานาชาติที่ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อ ๒๔ – ๒๗ มกราคม ๒๕๕๖ ที่ผ่านมา ตลอดจนผลการประชุมร่วมกับ พณฯ พงศ์เทพ เทพกาญจนา และเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน เห็นสมควรให้มีการจัดทำโครงการพัฒนาการจัดการเรียนการสอนสองภาษาพอเพียง(ภาษาอังกฤษแบบบูรณาการในวิชาอื่นๆ) สู่ประชาคมอาเซียน เพื่อเป็นโครงการนำร่องส่งเสริมและเพิ่มประสิทธิภาพ และความเข้มแข็งในการบริหารการจัดการเรียนการสอน เสริมสมรรถนะการใช้ ภาษาอังกฤษของผู้บริหาร/ครูผู้สอน วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ คอมพิวเตอร์ ภาษาอังกฤษ และวิชาอื่นๆในรูปแบบดังกล่าว เพื่อให้เกิดการขับเคลื่อนการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางด้านการเรียนภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และสมรรถนะการใช้เทคโนโลยีทั้งของผู้เรียนและผู้สอนในกระบวนการปฏิรูปการ เรียนรู้ สนองแนวนโยบาย รัฐบาล เพื่อการเตรียมความพร้อม สู่ประชาคมอาเซียนและประชาคมโลก

        โรงเรียน สุนทรภู่พิทยาเป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาประจำตำบลกร่ำ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง. เคยเป็นโรงเรียนดีเด่นได้รับรางวัลพระราชทานเมื่อปีพ.ศ. ๒๕๒๙  ในปีการศึกษา ๒๕๔๕-๒๕๔๗ ผลการเรียนรู้ของผู้เรียนตกต่ำอย่างมากจนเกือบเป็นอันดับสุดท้ายของจังหวัดระยอง จึงใช้กลยุทธ์การจัดการเรียนการสอนรูปแบบสองภาษามาทดลองแก้ปัญหาและดำเนินการ ทดลองจัดการเรียนการสอนในวิชาคณิตศาสตร์ ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑ จำนวน ๓ ห้องเรียนในปลายปีการศึกษา ๒๕๔๗ ภายในระยะเวลาเพียง ๒ เดือน ผู้เรียนสามารถเรียนรู้ด้วยสื่อต่างประเทศจากสิงคโปร์ได้  จนได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา    ให้ พัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้โดยบูรณาการการจัดการเรียนการสอนด้วยภาษา อังกฤษใน ๔ กลุ่มสาระคือ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ และคอมพิวเตอร์ภายใต้สมมุติฐานการบูรณาการภาษาอังกฤษในการจัดการเรียนรู้ ยึดผลการเรียนรู้ตามกรอบหลักสูตรแกนกลางและปรับปรุงหลักสูตรสถานศึกษาให้ เหมาะสมเชื่อมโยงกันกับนักเรียนแบบปกติ เรียกรูปแบบโครงการนี้ว่า EIS และใช้กลยุทธ์ผู้นำด้านหลักสูตรและการสอนแบบมีส่วนร่วม ดำเนินการให้ครูกลุ่มเป้าหมายของโรงเรียน  ปรับเปลี่ยนทัศนคติ ดำเนินการจัดการเรียนการสอนด้วยภาษาอังกฤษในระดับชั้น ม. ๑ ม. ๒ และม.๔ จำนวน ๙ ห้องเรียนในปีการศึกษา ๒๕๔๘   ใช้หนังสือประกอบการเรียนจากประเทศสิงคโปร์  จัดกิจกรรมเสริมด้วยอาสาสมัครครูต่างชาติ  พัฒนา ทักษะด้านการจัดการเรียนการสอนด้วยภาษาอังกฤษของครูกลุ่มเป้าหมาย(จำนวน ๒๐ คน) ร่วมกับมหาวิทยาลัยบูรพาทุกวันเสาร์ ณ สถานที่ทำงาน รวมทั้งขยายผลโดยนำรูปแบบแนวคิด EISไปทดลองในระดับประถมศึกษา โรงเรียนสังกัดเทศบาลนครระยอง ๕ โรงเรียน ในชั้น ป.๑ และ ๔  รวม ๑๒ ห้องเรียน พัฒนาครูและผู้บริหารรวม ๔๐ คน  จนพบว่ารูปแบบEIS ส่งผลต่อการพัฒนาการเรียนรู้ด้านภาษาอังกฤษทั้งนักเรียนและครู ผลการเรียนรู้ของผู้เรียนโครงการ EIS ดีกว่านักเรียนโปรแกรมปกติทั้งในระดับชั้นเดียวกันและต่างชั้นกันและไม่แตกต่างจากนักเรียนในโครงการ EP และ MEP ทั้งระดับมัธยมศึกษาและประถมศึกษา  

ผู้เรียนสนใจการเรียนมากขึ้น ครูผู้สอนมีพัฒนาการด้านทักษะการใช้ภาษาอังกฤษอย่างรวดเร็ว และสามารถสอนวิชาเฉพาะด้วยภาษาอังกฤษเกือบไม่แตกต่างจากครูต่างชาติ ผู้ปกครอง ชุมชน องค์กรท้องถิ่นให้ความสนใจและเห็นความสำคัญต่อการจัดการศึกษามากขึ้น

          รูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ EIS ได้รับการยอมรับในแวดวงวิชาการ มากมาย อาทิเช่น ได้รับรางวัลดีเด่นด้านนวัตกรรมการพัฒนาหลักสูตรของคณะกรรมคุรุสภา ผ่าน การตรวจสอบจากคณะทำงานของสำนักวิชาการและมาตรฐานการศึกษา และสถาบันภาษาอังกฤษภายใต้การนำของเลขานุการรัฐมนตรีว่ากระทรวง ศึกษาธิการเป็นต้นแบบแนวคิดการปฏิรูปการศึกษาเพื่อสุขภาวะของคนไทยของสสส.เป็นต้น   ซึ่งต่างให้การยอมรับว่าผลของการดำเนินการโครงการ

EIS สามารถ ทำให้ผู้เรียนทุกฐานะเศรษฐกิจมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพได้อย่าง เท่าเทียมและทั่วถึง แล้ว ยังพบว่าสามารถพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่เน้นทักษะการคิดอย่างเป็น รูปธรรมและตามลำดับขั้นตอนของพัฒนาการของผู้เรียน. จนส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางด้านการเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และวิชาภาษาไทยสูงขึ้นดังเห็นได้จากค่า O-Net ในปีการศึกษา ๒๕๕๐ – ๒๕๕๑ ของ โรงเรียนสุนทรภู่พิทยาทั้งระดับมัธยมศึกษาปีที่ ๓ และ ๖ ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางด้านการเรียน จากเดิมที่เคยอยู่ในกลุ่มเกือบต่ำสุด มาจัดอยู่กลุ่มสูงสุด ๒๐๐ โรงแรกของอันดับโรงเรียนมัธยมศึกษาของประเทศไทย(๒,๔๐๐โรง) นักเรียนสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้มาก อย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน สอบชิงทุนเรียนต่อประเทศสิงคโปร์ได้  โรงเรียนเครือข่ายอาทิเช่น เบญจมราชูทิศจันทบุรี สอบเข้าเรียนแพทย์ได้สูงกว่าโปรแกรมปกติเป็นต้น และพบว่าองค์ประกอบสำคัญ ๖ ประการได้แก่ ๑. หลักสูตรกระบวนการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ EIS. ผู้บริหารโรงเรียนที่มีความกระตือรือร้นและสร้างแรงบันดาลใจให้เป็นผู้นำทางด้านการสอน . นิเทศติดตามผลของครูด้วยรูปแบบ Coaching&Mentoring . ปรับกระบวนการฝึกอบรมครูไปสู่ปฏิบัติการเรียนรู้ในระหว่างการทำงาน ๕. สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ๖. สร้างความสัมพันธ์กับชุมชนให้เชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียน ส่งผลต่อประสิทธิผลของการยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษาสถานศึกษาในรูปแบบ EIS อย่างยั่งยืน

โรงเรียนทรายทองวิทยา จังหวัดร้อยเอ็ด มีนโยบายให้มีการจัดการเรียนสอนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์ เป็นภาษาอังกฤษ  ใช้ตำราภาษาอังกฤษ เนื่องจากเป็นนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ให้ผ้เรียนสามารถสื่อสารเป็นสากลได้ เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกในด้านสังคม เศรษฐกิจ และการเมือง ซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว และการเข้าสู่ประชาคมอาเซียน(AEC) ของประเทศไทยในปี ๒๕๕๘ โรงเรียนทรายทองวิทยา จังหวัดร้อยเอ็ด จำเป็นต้องจัดให้มีการเรียนการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษและคอมพิวเตอร์ เป็นภาษาอังกฤษ ใช้ตำราภาษาอังกฤษ สอนโดยครูไทยและครูชาวต่างชาติตามโมเดล EIS (English for Integrated Studies) โดยในปีการศึกษา ๒๕๕๖ โรงเรียนทรายทองวิทยา เปิดห้องเรียนพิเศษ EIS จำนวน ๒ ห้องเรียนคือ

ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔/๑

 

. วัตถุประสงค์ของการวิจัย

 

          เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ในโครงการ EIS

 

. ประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย

          ประชากรที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔/๑ โรงเรียนทรายทองวิทยา อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต ๒๗ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๖ จำนวน  ๒ ห้องเรียนทั้งหมด ๗๔ คน

          ตัวแปรในการวิจัย

          . ตัวแปรอิสระ ได้แก่ โครงการ EIS (English for Integrated Studies) โรงเรียนทรายทองวิทยา อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด

          . ตัวแปรตาม ได้แก่ ความพึงพอใจต่อการเรียนของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ในโครงการ EIS

          . ระยะเวลาที่ดำเนินการวิจัย คือ ภาคเรียนที่ ๒ ปีการศึกษา ๒๕๕๖

. นิยามศัพท์เฉพาะ

          งานวิจัยนี้มีศัพท์เฉพาะที่ใช้ดังต่อไปนี้

          1. โครงการ EIS (English for Integrated Studies) หมายถึง โครงการที่มีวัตถุประสงค์ให้ครูผู้สอนได้บูรณาการภาษาอังกฤษในการสอนวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และคอมพิวเตอร์

          2. ความพึงพอใจต่อการเรียนของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ในโครงการ EIS หมายถึง การแสดงออกซึ่งความรู้สึก พอใจ ชอบต่อกิจกรรมการเรียนรู้ของครูที่สอนในโครงการ EIS

. การเก็บรวบรวมข้อมูลและการวิเคราะห์ข้อมูล

                ในการวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยได้ดำเนินการตามลำดับ ดังนี้

         หาค่าสถิติพื้นฐาน  โดยใช้ร้อยละ  ค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานของคะแนนที่ได้

จากแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน  และแบบวัดความพึงพอใจต่อการเรียนรู้

. สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

         ๑.  สถิติที่ใช้หาคุณภาพเครื่องมือ การหาคุณภาพแบบวัดความพึงพอใจ

                                   ๑.๑  ค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดความพึงพอใจ  ใช้วิธีของ  Cronbach (บุญชม  ศรีสะอาด. 2553 :  117)    ดังนี้

                                            µ   =   

                   เมื่อ                µ       แทน    ค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น

                                                        แทน    จำนวนข้อของแบบวัดความพึงพอใจ

                                        แทน    ผลรวมของความแปรปรวนของแต่ละข้อ

                                            แทน    ความแปรปรวนของคะแนนรวม

         ๑.๒  การหาค่าอำนาจจำแนกของแบบวัดความพึงพอใจเป็นรายข้อ 

โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวม (Item  total  Correlation)  โดยใช้สูตรสหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน  (สมบัติ  ท้ายเรือคำ. 2551 : 93)

                                    rXY            =    

เมื่อ                rXY                แทน    สัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่าง  กับ

                    แทน    ผลรวมของผลคูณระหว่างคะแนนแต่ละคู่กับ

                         แทน    ผลรวมของข้อมูลชุด และชุด  ตามลำดับ

                      แทน    ผลรวมของกำลังสองของข้อมูลชุด และชุด   

                                    แทน   จำนวนข้อมูลทั้งหมด

         ๒.  สถิติพื้นฐาน

                   ๒.๑  ร้อยละ  (Percentage)  โดยใช้สูตรดังนี้  (บุญชม ศรีสะอาด. 2553 : 122)   

                                         

                                   เมื่อ             แทน    ร้อยละ

                                               แทน    ความถี่ที่ต้องการแปลงให้เป็นร้อยละ

                                             แทน    จำนวนความถี่ทั้งหมด

                    ๒.๒  ค่าเฉลี่ย (Arithmetic Mean) โดยใช้สูตรดังนี้ (บุญชม  ศรีสะอาด. 2553 : 124) 

                                            =   

                             เมื่อ            แทน     ค่าเฉลี่ย

                                         แทน     ผลรวมของคะแนนทั้งหมดในกลุ่ม

                                              แทน    จำนวนคะแนนในกลุ่ม

                             ๒.๓ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน  (Standard  Deviation) โดยใช้สูตรดังนี้ 

(บุญชม  ศรีสะอาด. 2553 : 126) 

                                      S.D.     =      

                    เมื่อ                S.D.          แทน         ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

                                                        แทน        คะแนนแต่ละคน

                                            แทน         ผลรวมคะแนนแต่ละคนยกกำลังสอง

                                           แทน         ผลรวมของคะแนนทั้งหมดยกกำลังสอง

                                                   แทน        จำนวนนักเรียนในกลุ่มตัวอย่าง

 

การสร้างและการหาคุณภาพเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล

          

           . แบบวัดความพึงพอใจต่อการเรียนของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ในโครงการ EIS  มีขั้นตอนการสร้างดังนี้

                    .๑ ศึกษาเอกสารงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับความพึงพอใจ เพื่อเป็นแนวทางในการสร้างแบบวัดความพึงพอใจต่อการเรียนของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ในโครงการ EIS

                   ๑.๒  สร้างแบบวัดความพึงพอใจที่มีต่อการเรียนของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ในโครงการ EIS  เป็นแบบวัดที่ใช้มาตราการประมาณค่า (Rating  Scale) ชนิด ๕ ตัวเลือก จำนวน ๒๐ ข้อ ต้องการใช้จริงจำนวน ๑๕ ข้อ โดยมีระดับคะแนนดังนี้

                             พอใจมากที่สุด             ให้คะแนน                คะแนน

          พอใจมาก                  ให้คะแนน                คะแนน

          พอใจปานกลาง            ให้คะแนน                คะแนน

          พอใจน้อย                  ให้คะแนน                คะแนน

          พอใจน้อยที่สุด             ให้คะแนน                คะแนน

.๓ นำแบบวัดความพึงพอใจต่อการเรียนของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ในโครงการ EIS

ที่สร้างขึ้นจำนวน ๒๐ ข้อเสนอผู้เชี่ยวชาญเพื่อตรวจสอบและหาค่าความสอดคล้องระหว่างข้อคำถามว่ามีความชัดเจนและมีความเหมาะสมหรือไม่ 

        ๑.๔ นำคะแนนประเมินแบบวัดความพึงพอใจต่อการเรียนของนักเรียนต่อการจัดการเรียนรู้ในโครงการ EIS ที่ผู้เชี่ยวชาญประเมินแล้วมาวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย  เพื่อเปรียบเทียบกับเกณฑ์ตามคุณภาพและความเหมาะสมของค่าเฉลี่ย พิจารณาคัดเลือกแบบวัดความพึงพอใจที่มีค่า IC ตั้งแต่ ๐.๐๕ – ๑.๐๐ เป็นแบบวัดความพึงพอใจที่อยู่ในเกณฑ์ความเที่ยงตรงของเนื้อหา โดยทุกข้อของแบบวัดความพึงพอใจมีค่า IC ตั้งแต่ ๐.๐๘ ถึง ๑.๐๐และนำไปปรับปรุงแก้ไขเสนอต่อผู้เชี่ยวชาญ ตรวจสอบความถูกต้องเหมาะสมอีกครั้งหนึ่ง

                    .๕ นำแบบวัดความพึงพอใจที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นไปทดลองใช้ (Try out) กับนักเรียนโรงเรียนทรายทองวิทยา อำเภอโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา

เขต ๒๗ ที่ไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างและเป็นกลุ่มเดียวกับการทดลองใช้แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน ๓๐ คน แล้วนำมาตรวจให้คะแนน เพื่อหาค่าอำนาจจำแนกของแบบวัดความพึงพอใจเป็นรายข้อ(Item total Correlation) โดยใช้สูตรสหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน สมบัติ  ท้ายเรือคำ(2551 : 93) เพื่อคัดเลือกแบบวัดความพึงพอใจให้เหลือเพียง ๑๕ ข้อ โดยกำหนดเกณฑ์ ค่าอำนาจจำแนกของแบบวัดความ

พึงพอใจเป็นรายข้อ มีค่าตั้งแต่ ๐.๓๑ ขึ้นไป Guilford, J. P. and Fruchter, Benjamin (1978)

                   ๑.๖ นำแบบวัดความพึงพอใจหาค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดความพึงพอใจทั้งฉบับ โดยใช้สูตรสัมประสิทธิ์แอลฟา ตามวิธีของครอนบาค (Cronbach)  บุญชม ศรีสะอาด (2543  :  96)

ซึ่งแบบวัดความพึงพอใจแต่ละข้อมีค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดความพึงพอใจ เท่ากับ 0.91

                    ๑.๗. นำแบบวัดความพึงพอใจไปจัดพิมพ์เป็นฉบับสมบูรณ์และนำไปทดลองใช้จริง

 

           ๒ การเก็บรวบรวมข้อมูล

 

         ในการวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยได้ดำเนินการทดลองตามขั้นตอน  ดังนี้

                   .๑ ดำเนินโครงการการจัดการเรียนรู้ EIS ตามคำสั่งการปฏิบัติหน้าที่ของคณะครู

                   ๒.๒ เมื่อเสร็จสิ้นโครงการให้นักเรียนในโครงการตอบแบบวัดความพึงพอใจต่อโครงการ EIS และการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน      

          

           . การวิเคราะห์ข้อมูล

 

         ในการวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยได้ดำเนินการ ดังนี้

           วิเคราะห์ความพึงพอใจของนักเรียนต่อโครงการ EIS และการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียน   

 โดยใช้เกณฑ์การแปลความหมาย ดังนี้

ค่าเฉลี่ย  ๔.๕๑ – ๕.๐๐  หมายถึง  พอใจมากที่สุด

ค่าเฉลี่ย  ๓.๕๑ – ๔.๕๐   หมายถึง  พอใจมาก

ค่าเฉลี่ย  ๒.๕๑– ๓.๕๐    หมายถึง  พอใจปานกลาง

ค่าเฉลี่ย  ๑.๕๑ –๒.๕๐    หมายถึง  พอใจน้อย

ค่าเฉลี่ย  ๑.๐๐ –๑.๕๐    หมายถึง  พอใจน้อยที่สุด

 

. สรุปผลการวิจัย

          นักเรียนในโครงการ EISมีความพึงพอใจต่อการเรียนรู้ในโครงการ EIS ในทุกด้านอยู่ในระดับมาก คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ ๓.๗๙ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ ๐.๘๘

. อภิปรายผล

           นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔/๑ มีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ในโครงการ EIS โดยภาพรวมคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ  ๓.๗๙  ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ ๐.๘๘  ความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก ซึ่งสอดคล้องกับ Ngamsom,Surapong.(2006) ซึ่งสรุปผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้แบบ EIS ของโรงเรียนสุนทรภู่ พบว่า นักเรียนที่เรียนในโครงการมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก และ มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเพิ่มสูงขึ้นในรายวิชาที่เรียนเป็นภาษาอังกฤษ

 

. ข้อเสนอแนะ

จากการวิจัยครั้งนี้  ผู้วิจัยมีข้อเสนอแนะซึ่งอาจเป็นประโยชน์ต่อการเรียนการสอนและการศึกษาครั้งต่อไปดังนี้

.  ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้

อาจจะนำโครงการ EIS ไปใช้ในกลุ่มนักเรียนชั้นอื่นๆ และควรมีการขยายห้องเรียน EIS เพิ่มขึ้น

. ข้อเสนอแนะในการศึกษาค้นคว้าครั้งต่อไป

อาจศึกษาความพึงพอใจของผู้ปกครองและชุมชนต่อโครงการ EIS

          โดยสรุปโครงการEIS สามารถ ทำให้ผู้เรียนทุกฐานะเศรษฐกิจมีโอกาสได้รับการศึกษาอย่างมีคุณภาพได้อย่าง เท่าเทียมและทั่วถึง แล้ว ยังพบว่าสามารถพัฒนากระบวนการเรียนการสอนที่เน้นทักษะการคิดอย่างเป็น รูปธรรมและตามลำดับขั้นตอนของพัฒนาการของผู้เรียน. จนส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางด้านการเรียนคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีสูงขึ้น นักเรียนมีความพึงพอใจต่อโครงการ EIS ของโรงเรียนทรายทองวิทยาในระดับมาก และพบว่าองค์ประกอบสำคัญ ๖ ประการได้แก่ ๑. หลักสูตรกระบวนการจัดการเรียนการสอนรูปแบบ EIS. ผู้บริหารโรงเรียนที่มีความกระตือรือร้นและสร้างแรงบันดาลใจให้เป็นผู้นำทางด้านการสอน . นิเทศติดตามผลของครูด้วยรูปแบบ Coaching&Mentoring . ปรับกระบวนการฝึกอบรมครูไปสู่ปฏิบัติการเรียนรู้ในระหว่างการทำงาน ๕. สร้างเครือข่ายการเรียนรู้ทั้งภายในและภายนอกประเทศ ๖. สร้างความสัมพันธ์กับชุมชนให้เชื่อมโยงกับวิสัยทัศน์ของโรงเรียน ส่งผลต่อประสิทธิผลของการยกระดับคุณภาพของการจัดการศึกษาสถานศึกษาในรูปแบบ EIS อย่างยั่งยืน

 

 

 

 

 

 

บรรณานุกรม

 

บุญชม ศรีสะอาด.  การวิจัยเบื้องต้น.  พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพฯ: สุวีริยาสาส์น, 2543.

_________.   การวิจัยเบื้องต้นฉบับปรับปรุงใหม่.  พิมพ์ครั้งที่ 7.  กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น, 

2545.

_________.   การวิจัยเบื้องต้นฉบับปรับปรุงใหม่.  พิมพ์ครั้งที่ 8.  กรุงเทพฯ : สุวีริยาสาส์น, 

2553.

สมบัติ ท้ายเรือคำ.  การวิจัยทางการศึกษาเบื้องต้น.  มหาสารคาม : ภาควิชาวิจัยและพัฒนา

          การศึกษา คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, 2547.

_________.   ระเบียบวิธีวิจัยสำหรับมนุษย์ศาสตร์และสังคมศาสตร์.  กาฬสินธุ์ :

          ประสานการพิมพ์, 2551.

Guilford, J. P. and Fruchter, Benjamin. Fundamental Statistics in Psychology and           Education.Singapore : McGraw-Hill, 1978.

Ngamsom,Surapong.. A New Model for Bilingual Education; English for Integrated Studies Curriculum, A Case Study at SPSS, 2006.
Ngamsom,Surapong. Effectiveness of English for Integrated Study Model for Rayong Municipality Primary School in Rayong Province, Thailand, 2007.
Ngamsom,Surapong. Educational Report: Bilingual Curriculum Project Development at Makutmungrachawittayalai Secondary School, Rayong, 2004.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แบบวัดความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อโครงการ EIS
  ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑/๑ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔/๑
.............................................................................................................................................................
คำชี้แจง  ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย  ( P )  ลงในช่องระดับความพึงพอใจที่ตรงกับความพอใจของนักเรียนมากที่สุด  โดยการให้น้ำหนักคะแนนตามความหมาย   ดังนี้
 
                                     หมายถึง                   มีความพอใจมากที่สุด
                                     หมายถึง                   มีความพอใจมาก
                                     หมายถึง                   มีความพอใจปานกลาง
                                     หมายถึง                   มีความพอใจน้อย
                                     หมายถึง                   มีความพอใจน้อยที่สุด   
 
รายการประเมิน
ระดับความพึงพอใจ
ความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้โครงการEIS
. การเรียนการสอนของครูในโครงการ EIS ทำให้นักเรียนรู้สึกกระตือรือร้นต่อการเรียนตลอดเวลา  กระตุ้นความสนใจให้นักเรียน
 
 
 
 
 
. นักเรียนพึงพอใจต่อการเก็บค่าบำรุงการศึกษาในโครงการ EIS
 
 
 
 
 
. กิจกรรมการเรียนการสอนโครงการ EIS ทำให้นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนได้มากยิ่งขึ้น
 
 
 
 
 
. กิจกรรมการเรียนการสอนโครงการ EIS ทำให้นักเรียนกล้าใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารมากขึ้น
 
 
 
 
 
. นักเรียนพอใจและเข้าใจดีเมื่อครูใช้ภาษาอังกฤษในกิจกรรมการเรียนการสอน
 
 
 
 
 
. ครูในโครงการ EIS มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษที่ดี ฟังเข้าใจ
 
 
 
 
 
. ครูในโครงการ EIS ให้ความสนใจต่อการเตรียมการสอน มีสื่อและกิจกรรมน่าสนใจ
 
 
 
 
 
. ครูในโครงการ EIS มีความรู้ความสามารถในสาขาวิชาของตนเอง
 
 
 
 
 
. ครูในโครงการ EIS ทุ่มเทและเสียสละในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในแต่ละคาบเรียน
 
 
 
 
 
๑๐. ครูในโครงการ EIS ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อยู่เสมอๆ
 
 
 
 
 
 

 

 

 

 

 

รายการประเมิน
ระดับความพึงพอใจ
๑๑. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในโครงการ EIS เพิ่มขึ้น
 
 
 
 
 
๑๒. นักเรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารผ่านวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีเพิ่มมมากขึ้น
 
 
 
 
 
๑๓. นักเรียนเกิดความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารผ่านวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น
 
 
 
 
 
๑๔. นักเรียนชอบวิชาภาษาอังกฤษในการสื่อสาร
 
 
 
 
 
๑๕. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อโครงการ EIS ในภาพรวมทั้งหมด
 
 
 
 
 
 
ข้อเสนอแนะอื่น ๆ
................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ตาราง   ค่าอำนาจจำแนกรายข้อ  โดยใช้เกณฑ์ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์ระหว่างคะแนนรายข้อกับคะแนนรวม (Item  total  Correlation)  และค่าความเชื่อมั่นของแบบวัดความพึงพอใจ
รายการประเมิน
ค่าอำนาจจำแนก
ความพึงพอใจต่อกิจกรรมการเรียนรู้โครงการEIS
. การเรียนการสอนของครูในโครงการ EIS ทำให้นักเรียนรู้สึกกระตือรือร้นต่อการเรียนตลอดเวลา  กระตุ้นความสนใจให้นักเรียน

๐.๔๙

. นักเรียนพึงพอใจต่อการเก็บค่าบำรุงการศึกษาในโครงการ EIS
๐.๕๐
. กิจกรรมการเรียนการสอนโครงการ EIS ทำให้นักเรียนมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนได้มากยิ่งขึ้น
๐.๗๘
. กิจกรรมการเรียนการสอนโครงการ EIS ทำให้นักเรียนกล้าใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารมากขึ้น
๐.๖๕
. นักเรียนพอใจและเข้าใจดีเมื่อครูใช้ภาษาอังกฤษในกิจกรรมการเรียนการสอน
๐.๗๐
. ครูในโครงการ EIS มีทักษะการใช้ภาษาอังกฤษที่ดี ฟังเข้าใจ
๐.๗๕
. ครูในโครงการ EIS ให้ความสนใจต่อการเตรียมการสอน มีสื่อและกิจกรรมน่าสนใจ
๐.๖๔
. ครูในโครงการ EIS มีความรู้ความสามารถในสาขาวิชาของตนเอง
๐.๗๕
. ครูในโครงการ EIS ทุ่มเทและเสียสละในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนในแต่ละคาบเรียน
๐.๖๗
๑๐. ครูในโครงการ EIS ปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดกิจกรรมการเรียนรู้อยู่เสมอๆ
๐.๖๒
๑๑. นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในโครงการ EIS เพิ่มขึ้น
๐.๕๕
๑๒. นักเรียนสามารถใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารผ่านวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น
๐.๕๔
๑๓. นักเรียนเกิดความมั่นใจในการใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารผ่านวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และเทคโนโลยีเพิ่มมากขึ้น
๐.๗๔
๑๔. นักเรียนชอบวิชาภาษาอังกฤษในการสื่อสาร
๐.๗๓
๑๕. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อโครงการ EIS ในภาพรวมทั้งหมด
๐.๘๒
 

แบบวัดความพึงพอใจมีค่าความเชื่อมั่น  เท่ากับ ๐.๙๑